สัมภาษณ์AFSใครว่าหมู 2

posted on 24 Jun 2012 22:31 by evahtam directory Knowledge

ต่อจาก http://evahtam.exteen.com/20120624/afs-1-1

 

 

 

อนึ่งทั้งคำถามและคำตอบ ทุกอย่างล้วนเป็นภาษาอังกฤษ

จินตนาการ Eng dub นะฮะ Undecided

 

 

 

สัมภาษณ์กลุ่ม

 

พอถึงเวลาความจริงก็ทำเราช็อค

เพราะไอ้ที่ว่าจะมีกิจกรรมเฮฮาปาจิงโกะนั้นมันโกหกกันทั้งเพ

หรือเพราะศูนย์อื่นชอบฮาๆ ศูนย์นี่ชอบขรึมๆก็ไม่รู้นะ

แต่มันไม่มีกิจกรรมนันทนาการเลยจริงๆ ถามตอบจริงจังล้วนๆ

 

ตอนเพิ่งรู้ขั้นตอนวิธีการบรรยายตอบนี่เหวออย่างแรง

หาา เอางี้เลยเหรอ? จริงๆน่ะนะ?


 

 

วิธีการคือ 


ให้ทุกคนที่มาสอบช่วยกันจัดเก้าอีกแล้วนั่งเป็นครึ่งวงกลม

มีโต๊ะอยู่ตรงกลางพร้อมไมโครโฟน


 

 

ห้องเงียบสงัด

 

 

กรรมการทุกคนนั่งหน้าห้องแล้วแจกคำถาม ใครอยากตอบให้ยกมือ

 บอกเลขที่ แล้วเดินตรงไปตอบกลางห้องโดยใช้ไมโครโฟน

คิดคำตอบได้ก่อน เดินมาดมั่นแย่งชิงไมค์ออกไปก่อน ได้คะแนนก่อน 

 

 

 

 

 

 

เหยดดดดดดดดดด 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำถามที่ได้คือ

 

1) เราเห็นเพื่อนโกงข้อสอบ เด็กทุกคนก็ทำอย่างนั้น

แต่เราไม่เห็นด้วยกับเพื่อนการโกง เราจะทำอย่างไร

(จะฟ้องครูหรือไม่ หรือจะตามน้ำ ฯลฯ)

 

 

 

 

2) คนที่สนิทกับเรามากกำลังจะตาย หมอบอกว่าหมดหวังแล้ว

และคนคนนั้นขอให้คุณจบชีวิตเค้าซะ คุณจะทำอย่างไง

 

 

 

3) ถ้าคุณนั่งรถไปกับเพื่อนแล้วเพื่อนขับรถชนคนจนล้มลง

เพื่อนคุณกะชิ่งหนี คุณบอกเพื่อนคุณให้หยุดดูคนนั้นหน่อย

แต่เพื่อนตอบว่ามันก็ไม่เห็นจะดูเจ็บเลยนี่นา คุณจะทำอย่างไร

 

 

 

 

 

Talent Show


ช่วงเวลาแสดงความสามารถพิเศษ


ใครที่เล่นดนตรีก็ซ้อมมาดีๆหน่อยเด้อ

กะดูเนื้อไปเล่นไปนี่อย่ามาเลย(มีจริงๆนะ)

 

 

ทำตัวเองให้พร้อมที่สุดดีกว่า เพราะถึงเวลาแสดงมันจะตื่นเต้นมาก

การเล่นของเราจะไม่ดูดีเท่าตอนซ้อมที่บ้านหรอก (ฮา)

 

 

รุ่นของเรามีคนนึงมาสวดมนต์ อย่างมั่น!!

มันบอกว่า ไอติ้งมันเป็นสิ่งที่ยูนีคมากนะ //กลุ้ม

แถมสวดผิดๆถูกๆอีกต่างหาก เพื่อนที่นั่งๆล้อมมันอยู่ก็ช่วยแก้

ช่วยต่อท้ายวรรคให้ ซึ่งมาคิดทีหลังว่าหรือจริงๆมันกะเล่นมุก

เป็นพวกสแตนอัพคอเมดี้ไรงี้ (ไม่ใช่ละ)

 

 

 

 

 

สุดท้ายที่อยากเล่า

 

การสัมภาษณ์เค้าจะดูไหวพริบและนิสัยของเรา

 

"แถได้ แต่ห้ามเฟค"  เคยคิดเหมือนกันว่า ก็แค่ตอบๆไปให้ดูดีอ่ะ

แต่อย่าลืมนะว่ากรรมการเค้าเห็นเราตลอด

 

มันต้องมีช่วงที่เผลอ เช่นตอนนั่งรวมเรามีปฎิสัมพันธ์กับคนข้างๆมั๊ย

 

ความตื่นเต้นก็อีก 

เราคิดว่า เออนี่ก็เป็นปกติแล้วนะ สุดท้ายก็ยังเกร็ง

เป็นกันทุกคนมั๊ยไอ้ตอนตอนสัมภาษณ์เดี่ยวจ้อไม่หยุด

 แต่สัมภาษณ์กลุ่มเงียบสนิทเนี่ย

 

ตอนกลุ่มเราออกโคตรช้า แถมอาจารย์ฟิลิปปิโนพุ่งเป้าเหลือเกิน

ถามตรูบ่อยจริง! เหมือนส่งกระแสจิต ตอบสิ ตอบสิๆ

 

ตอนตอบกะใช้คำให้กวีๆ ดันใช้คำว่า Sound ในความหมายว่า healthy

ที่นี้กรรมการอึน ยูพูดว่าอะไรนะ เราก็ออกเสียงใหม่

มาคิดทีหลังก็เสียววาบ คำพวกนี้ถ้าครูเก็ท ก็รุ่ง แต่ถ้าครูไม่เก็ทตรูก็ริ่ง

หรือมันเป็นคำที่ต้องใช้คู่กับคำอื่น ประมาณว่า Save and sound

แล้วก็มานั่งจิตตกนอกห้องต่อ ไม่น่าเลย คำไหนไม่แม่นไม่น่าใช้เลย

 

 

 

เวลาสัมภาษณ์ให้ยิ้มมมม และอย่าเหม่อ

 ฟังไม่ทันคือจซวยเพราะเค้าไม่เว้นให้ ตอบเสร็จปุ๊บข้อต่อไปปั๊บ

ไม่พักเล่นเลยจนกว่าจะสัมภาษณ์เสร็จ

ที่ทำได้ก็คือพยายามดึงเค้าคุยให้ในเรื่องที่เราถนัด

ตอนเข้าห้องก็ทักทาย ตอนออกก็ขอบคุณ

ผู้ใหญ่เค้าค่อนข้างเอ็นดูเด็กแบบนี่นะ ต่อให้กรรมการต่างชาติก็ตาม

 

 

 

Surprised  เมื่อผลออก  Surprised

 

ใครไม่ติดตัวจริงอย่าเพิ่งสละสิทธ์นะ ตัวสำรองมีประเทศมาให้เลือกเผลอๆเยอะกว่าโควต้าเขตเราอีก ส่วนใครที่มาลองความสามารถเฉยๆ สอบเสร็จให้ไปบอกกรรมการด้วยก็ดีนะ เรารู้ว่าไม่อยากทำ แต่จะบอกว่าถ้าเธอติดที่1แล้วไม่เอาไม่ใช่ว่าคนที่2จะได้นะ มันกลายเป็นว่าโควตาประเทศนั้นของเขตเธอจะหลุดไปเลย

(ก็ไปให้ตัวสำรองเขตอื่นเลือกนั่นล่ะ)

 

/กรณีนี้แนะให้เด็กตจว.ทำนะ เพราะรร.มันเล็กๆ ครูค่อนข้างสนิท

ถ้าเป็นศูนย์เตรียม ศูนย์โยธินฯเด็กเป็นร้อยๆคนเนี่ย
ไปบอกเค้าว่าหนูแค่มาสอบขำๆค่ะครูวว 
อาจเจอด่าเปิงกลับมาได้ 5555

 

 

 

คนติด AFS ถึงจะเป็นตัวสำรองก็ควรภูมิใจ

ก็เข้าใจว่ามันก็เป็นโครงการเด็ก ไม่ได้ยิ่งใหญ่ดุเดือดแบบทุนคิง

ทุนmonbuka ทุนกระทรวง แต่กว่าจะผ่านมาได้มันก็หลายขั้นตอน

และอย่าลืมว่าตอนนั้นเราพึ่งจะ 15-17 เอง อายุเด็กๆ ความคิดเด็กๆ

ต้องอาศัยความพยายาม มันไม่ใช่โครงการที่ว่าแค่มีเงินฉันก็ได้ไป

ทุกสิ่งมันได้มาเพราะตัวเราทั้งนั้น

 

 

 

ขอให้สมหวังกันทุกคนนะ

 

 

 

edit @ 9 Mar 2014 23:52:50 by เม

สัมภาษณ์AFSใครว่าหมู 1

posted on 24 Jun 2012 22:02 by evahtam directory Knowledge

 

Warning 
 
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประสบการณ์จากตัวเราเอง

ที่พิมพ์ไว้เพราะไม่อยากให้ตัวเองลืมเหตการณ์ที่เจอมาก็เท่านั้น
 
ไม่ได้หมายความว่าทุกศูนย์จะเป็นแบบนี้
 

 

 

การสอบสัมภาษณ์นั้นแบ่งเป็น3ส่วนคือ

1. สัมภาษณ์เดี่ยว

2. สัมภาษณ์กลุ่ม

3. Talent Show

 

อยากบอกว่าTalentเนี่ยมันไม่ได้แสดงตอนสอบเดี่ยว

แอบๆแสดง มีแค่ฉันและกรรมการ เฮ้!


 

แต่มันเป็นส่วนที่แยกออกมา

แล้วแสดงให้กรรมการดูพร้อมๆกับเพื่อนทุกคนนะคร้าบบบ

 

 

 

 

ถ้าต้องการไปต่อรอบสัมภาษณ์ต้องทำอย่างไรบ้าง
 

 

หัวข้อแปลกๆเนอะ ก็ต้องสอบข้อเขียนให้ติดก่อนสิ!!

ไม่ช่ายยย บางคนที่ต้องการมาสอบข้อเขียนเฉยๆก็มี

ซึ่งถ้าเราไม่ยืนยันการสอบต่อไป วันสัมภาษณ์ก็จะไม่มีชื่อเราจ้ะ 


ขั้นแรก คือส่งใบสมัครและเอกสารให้เรียบร้อย

ถามอาจารย์ประสานงาน AFS ของรร.เราเลยว่า

สอบตึกไหน ห้องอะไร ใส่ชุดอะไรมา กี่โมง


 

ขั้นสอง ฝึกตอบคำถามและสิ่งที่จะโชว์เอาไว้ดีๆ


 

ขั้นสาม พกบัตรสอบและอุปกรณ์สำหรับโชว์ มาในเวลาที่กำหนด

 

//เราโชว์ดนตรีไทย สัมภาษณ์ชั้น5

จะไม่บ่นเลยถ้ามันไม่ใช่จะเข้ *กล้ามขึ้น*

 

 

 

แบบทดสอบทางจิต


เมื่อมาถึงในวันสัมภาษณ์ นั่งที่พร้อมแล้ว

เค้าจะมีแบบทดสอบทางจิตให้ทำ 52 ข้อ แบบฝนคำตอบ

กระดาษจากAFSเลยจ้า มีตราเรียบร้อยสวยงาม ให้เวลา15นาที

แนวประมาณว่า

- คุณรู้สึกเสมอว่าคุณด้อยค่า

- คุณคิดเสมอว่าคุณสามารถจัดการปัญหาได้

(ไม่จริง/จริงบางครั้ง/ค่อนข้างจริง/ จริง)

 

เอาเครื่องเขียนมาด้วยนะ ถึงจะเป็นการสอบสัมภาษณ์

เหมือนจะใช้แต่เสียง แต่มันก็มีการทำแบบทดสอบอยู่เหมือนกัน

 

 

และถัดไปเป็นแบบทดสอบแบบเติมคำ เหมือนจะ15ข้อ 10นาที

คือเค้ากะให้เราอ่านแล้วนึกสิ่งแรกมาตอบเลย

เช่น เมื่อชั้นเศร้าฉันจะ_________

การไปเรียนต่อต่างประเทศ__________

เพื่อนไม่รู้ว่าฉันกลัว_________

รายการข่าว________________

เมื่อเพื่อนร้องไห้_______________

เมื่อฉันล้มเหลว______________

 

อันนี้ใครเฟคโลกสวยหรือโรคจิตจับได้ง่ายมาก เพราะเวลามันน้อยไง

คิดอันไหนได้ก็ต้องตอบเลย ไม่มีเวลาประดิษฐ์ประดอยให้มันดูดี 555 

 


ต่อไปก็ให้จับฉลากลำดับในการสอบสัมภาษณ์เดี่ยว ระหว่างนั้นให้รอ

ที่เค้าบอกสอบทั้งวันเวลากว่าครึ่งหมดไปกับตรงนี้นี่แหละ

กลับบ้านไปนอนหลับแล้วกลับมาสอบอีกทียังทันเลย = =

 

 

สิ่งที่อยากบอก

 

ยิ้มให้คนข้างๆบ้าง ถามชื่อแล้วคุยกันไว้

การมีเพื่อนมันทำให้เราไม่เครียดนะ แต่ก่อนเราก็ขำๆ

เด่ออ ก็แค่สัมภาษณ์ ไม่เท่าไหร่หรอกมั้ง คุยๆแล้วก็กลับบ้าน

พอเจอของจริงนี่อย่างเครียด ในหัวจินตนาการไปไกล

ถ้าตอบไม่ได้ล่ะ ถ้ายากล่ะ ฯลฯ

ฉะนั้นใครพกอะไรมาก็เล่นๆรอไป คุยกับเพื่อนแลกเปลี่ยนความรู้

ไม่ก็ฟังเพลงไป กินแก้เครียด เพลินนน 555

 

เราได้สัมภาษณ์เกือบคนสุดท้าย รอไปประมาณ4ชม.

เสร็จแล้วกรรมการแกต่อด้วยสัมภาษณ์กลุ่มเลย ไม่มีพักเที่ยงให้นะ

ใครที่รอนานมากกก แนะนำให้กินข้าวและไปเข้าห้องน้ำให้พร้อม

เค้าคงจะจงใจเว้นไว้เพื่อแบบนี้

 

อ้อ พกน้ำเปล่าไปด้วยก็ดี คนที่มาสอบเครียดแล้วมักจะหิวน้ำ

เห็นวิ่งขอน้ำกันให้วุ่น 5555

 

 

สัมภาษณ์เดี่ยว


สัมภาษณ์อังกฤษล้วน

ถ้าขอคำแปลหรือพูดไทยออกมาจะโดนหักคะแนน

ที่ตลกคือทุกคนที่กลับออกมาจากห้องบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า

อะไรวะ!!!!!

บางคนท่องสคริปมาตั้งมากมาย เราจะบอกว่ามันไม่จำเป็นขนาดนั้น

ท่องให้รู้แนวก็ดี แต่ถ้าจะท่องเก็งว่าเค้าคงถามเรื่องนี้ๆ

มันจะเปลืองสมองเกินไป เราไม่รู้หรอกว่าเค้าจะถามอะไร

กรรมการอาจจะไม่ถามเรื่องนั้นเลยก็ได้


ที่จำเป็นจริงๆคือ (Introduce your self)

 ข้อดีข้อเสียของเรา ทำไมAFSต้องเลือกเรา

 (เรามีดีอะไร แตกต่างกับคนอื่นตรงไหน)

รายละเอียดเกี่ยวกับประเทศที่เราจะไป

 

 

 

ตอนเราสัมภาษณ์มันเป็นโต๊ะวงกลม กรรมการนั่งล้อม5คน

(ถ้ารวมคนที่ได้ที่หนึ่งปีที่แล้วที่เข้ามาฟังด้วยก็เป็น 6)

นี่ล่ะที่ผิดคาด อิมเมจที่เราคิดมาตลอด3ปีคือต้องเป็นโต๊ะยาว

กรรมการ3คน แล้วก็มีเก้าอี้หน้าโต๊ะให้เราไปนั่ง


 

ตอนเดินเข้าไปนี่ใจหายมาก
แอร์ก็เย็น ห้องก็เงียบ แถมกรรมการจะเยอะไปไหนก็ไม่รู้!

6:1 แบบแย่งกันถามซะพรุน

 


 

คำถามที่เราได้ก็มี

- ให้แนะนำตัว

- สบายดีมั๊ย (อย่าตอบแอมไฟน์นะเฮ้ย ไม่เก๋ๆ)

- ข้อดีข้อเสีย

- ทำไมต้องAFS

- ทำไมAFSต้องเลือกเรา

- พ่อแม่ทำงานอะไร

- กลับมาซ้ำชั้นรับได้เหรอ

- ทำไมเลือกประเทศนี้

- อธิบายเกี่ยวกับประเทศที่จะไปหน่อย

- โตมาอยากเป็นอะไร เพราะอะไร

- เล่นกีฬาเป็นมั๊ย (เราตอบว่ายน้ำ เจอถามกลับ แค่นี้เหรอ?)

- เล่นดนตรีเป็นมั๊ย

- เวลาว่างทำอะไร (เพื่อนเราบอกทำอาหารดั๊นโดนให้บอกวิธิทำ)

- ถ้าโฮสซิสไม่ชอบขี้หน้าจะทำยังไง

- ถ้าทำกุญแจบ้านหายทำยังไง เราตอบว่าโทรหาโฮส กรรมการบอกถ้าโฮสไม่ว่างล่ะ ตอนนั้นก็เบลอจัดเจอถามแบบมะรุมมะตุ้มซ้ายทีขวาที เลยตอบไปว่านอนที่โรงเรียนโลดดด กรรมการกลั้นขำครุคริ(หรือจริงๆแอบด่า 555) มานึกๆอีกทีเราไปค้างบ้านเพื่อนก็ได้นี่หว่า ตอบนอนรร.เค้าจะคิดว่าเราไม่หาเพื่อน ไม่มีเพื่อนป่าววะ

ออกมาเจอคนที่ได้คำถามเดียวกับเรามันตอบว่างัดบ้าน

เออ หนักกว่าตรูอีก 555

 

 

ใครมั่นใจว่าเราฟังคำถามออกแน่อย่าชะล่าใจนะ

เราโคตรมั่นหน้า เอ็งพูดอะไรฉันแปลได้หมดน่ะแหละ

ทีนี้ลืมไงว่ามันมีกำแพงที่เรียกว่าสำเนียงอยู่ด้วย...


ของพี่Returnee เราโอเค

แต่ประเด็นคือทำไม อ.ฟิลิปปินส์ชอบถามตรูจัง!

คำว่า pardon ที่ใช้ไปนี่เอาไปถมเกาะสร้างเมืองได้แล้ว Undecided

 

แนะนำ แนะนำ

ตั้งสติ ตั้งใจฟัง ทำหน้าให้ฉลาดๆ(?)

สำนวนอะไรถ้ามาประยุกต์ได้แล้วมั่นใจว่าถูกให้ใช้ไปเลย

ทำตัวว่าง่ายๆ คะขาๆ (yes ก็ yes อย่ามา yep! yeahhh)

ใช้คำพูดติดตลกเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายเป็นเรื่องที่ดีแต่อย่าเยอะ

กรรมการเค้าไม่ใช่เพื่อนเล่น บางคนจริงจังมารยาท(ครูไทย)

มองตาเวลาพูดเสมอ ยิ้มไปด้วย ก่อนออกก็

Thank you for your time and have a nice day เก๋ๆ

 

 

ปล.การยิ้มกับมองตามัน Make impression ง่ายๆใช้ได้จริงนะ

ตอนจะออกจากห้องกรรมการถามว่ายูรู้ good point จากตัวเอง

แล้วยูอยากรู้ good point จากชั้นมั๊ย เราก็ยิ้มให้

เค้าตอบว่ายูมีแววตาที่มุ่งมั่นมากนะ


โอ๊ยข


ไม่ได้จะเข้าข้างตัวเองว่าชั้นนี่เลิร์ทมุ่งมั่นนะ

แต่มันเป็นการทำหน้าให้ดูฉลาดๆ แบบคิดเองเออเอง Foot in mouth

คือเบิ่งตาโตๆ ประมาณว่าเหรอๆ แล้วไงต่อๆ ถามอีกสิคะๆๆ

ไม่สิ... มันก็ไม่ใช่หน้าฉลาดอะไรหรอก

เรียกว่ากระตือรือร้นกับมีความสนใจที่จะตอบมากกว่า

 

หรือถ้าแปลไม่ออกจริงๆ แต่ไม่อยากพูดไทยกลัวโดนตัดคะแนน

ก็บอกเค้าไป อย่าเงียบ พูดก็ยังมองได้อีกแง่ว่าอย่างน้อยก็สื่อสารได้ 

//เราโดนการกรรมการฟิลิปปินส์ใช้ศัพท์ยาก อึ้งค่ะพี่น้อง 55

เค้าบอกยูเข้าใจมั๊ย ยูพูดไทยได้นะถ้าถนัดกว่า

เราตอบโน!!!

I know what are you asking me

but I don't know how to explain. 


โหววว แกเปลี่ยนประโยคให้ใหม่เลย! ความจริงคือสงสาร กร๊ากกกก

 

 

edit @ 10 Mar 2014 00:14:41 by เม

 

 

ที่เขียนเพราะกลัวว่าตัวเองลืมนะ ประมาณว่าช่วยเตือนความจำคนแก่ Cry


Warning ยาวมาก

 

Warning อะเกน

*สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้คือสิ่งที่เราประสบมาด้วยตัวเอง

แต่เราไม่ได้บอกว่าทุกจนต้องเจอแบบนี้เป๊ะๆนะ*

 

วันนี้จะมาตีแผ่การสอบ AFS ให้เห็นกันจะๆ

เพราะเท่าที่อ่านมา+ถามรุ่นพี่ จนตัดสินใจสอบด้วยตัวเอง

มันไม่ยักกะเป็นอย่างที่เราเจอ Foot in mouth

 

ขั้นแรก สอบข้อเขียน

ฟังดูโหดแต่จริงๆมันก็เป็นแค่ข้อสอบเป็นปรนัยฝนตอบ 100 ข้อ

ภาษาอังกฤษล้วน ให้เวลา2.5ชม.(ถ้าจำไม่ผิด 8.30-11.00 น.)

ถ้าใครบอกมีภาษาไทย อันนั้นรุ่นเก่านะ หลังๆไม่มีแล้ว

ซึ่งเราว่าเป็นเรื่องดี ส่วนเพราะอะไรนั้น

แนะนำให้ไปโหลดข้อสอบเก่าๆมาลองทำแล้วนายจะเข้าใจเรา


ในส่วนนี้ ใครที่ได้ที่1ในเขตที่สอบจะปัดเป็น50คะแนนเต็ม คนที่2 ก็ได้ 48  คนที่3 46 รันลงไปเรื่อยๆ แล้วไปรวมคะแนนกับส่วนสอบสัมภาษณ์เพื่อตัดสินผล


รับสมัครช่วงเดือนพฤษภาของทุกปีนะคะ ค่าสมัคร200บาท


การเตรียมตัว

 

แนะนำว่าอย่าเครียด ถามว่ามันยากมั๊ย..บอกเลยว่ายาก

แต่โอกาสติดสูงมากเพราะคนอื่นมันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน!!

 


ล้อเล่นนน

 

ที่จริงเพราะเค้ารับมากค่ะ ครึ่งๆกับที่มาสอบเลย(ศูนย์เรานะ)

 เผื่อคนสละสิทธิ์ด้วย เลยรับเกินๆไว้สำหรับสอบสัมภาษณ์

ใครที่สอบติดแล้วโม้ว่าตัวเองเก่ง ก็คงส่วนหนึ่งแต่ไม่ทั้งหมด

เพราะถ้าเรารู้คะแนนต่ำสุดของคนที่ติดอาจอ้าปากค้างได้

เพื่อนเรา100ข้อมันทำไป40ข้อ ที่เหลือทิ้งดิ่งยังติดเลย

/พูดอย่างงี้เหมือนข้อสอบง่าย แต่คนนี้เค้ามีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้วนะ
คุยอยู่บ้านกับพ่อแม่เป็นภาษาอังกฤษ เก๋เว่อร์

 


ของเราทำแค่ข้อสอบเก่า โหลดมา3ฉบับ

ทำไปแค่ฉบับเดียวซึ่งเป็นภาษาไทยไปซะครึ่ง

สรุปคือทำ Part Eng ไปจริงๆประมาณ50ข้อ

บวกกับตอนที่ไปสมัคร ครูมีข้อสอบเก่ามาขาย


ฟังไม่ผิดนะ ขายจริงๆ 5555


เพิ่งรู้ก็ตอนสมัครนี่ล่ะ

ศูนย์จะเก็บของปีที่แล้วไว้ แล้วเอามาปล่อยฉบับละ30บาท

ลองทำดูเต็มร้อยถูกอยู่56ข้อ ถมถรุยได้ใจไปเลย 5555

 

 


ใครฟิตจัดๆหน่อยก็เป็นเรื่องที่ดีนะ ฝึกอ่านไว้เยอะๆ

เพราะReadingเยอะมากกกกกก ยาวหน้ากว่าๆ ถามอยู่2ข้อ

แล้วมีแบบนี้หลายหน้าเลยด้วย

พาร์ตที่เราชอบคือการ์ตูนช่องกับบทสนทนา Situation/Idiom

ข้อมันสั้นไง ไม่ต้องอ่านนานได้คะแนนเร็วดี


ถ้าจะติวมาคงต้องเป็นการอ่าน สำนวน และอิเดียม

เพราะมันมานั่งแกะรากศัพท์ไม่ได้

 

แต่มันก็อยู่ที่แต่ละคนว่าถนัดเรื่องไหนด้วยอะเนอะ


ที่น่าทำคือพวกกราฟ เช่นอัตราการส่งออก แนวโน้มเศรษฐกิจ

ไม่ก็แผนที่พยากรณ์อากาศ อะไรแบบนี้ เราแนะนำให้ทำเลย

 เพราะแค่อ่านกราฟเป็นก็โอแล้ว ดูแกน2ข้างเทียบX Y

 มองตอบๆ ศัพท์ง่ายไม่ซับซ้อน

 


ส่วนมากจะทำข้อสอบไม่ทัน ดูเวลาดีๆนะ

แล้วถ้าคนข้างๆเสร็จไวก็อย่าไปกังวล

จริงๆแล้วคนที่ลุกออกก่อนส่วนมากเพราะมันทำไม่ได้

และไอ้เสียงเปิดข้อสอบพึ่บพั่บๆเค้าไม่ได้ทำกันไวหรอก

เค้ากำลังหาข้อที่ทำได้อยู่ต่างหาก 5555

 

ปล.ส่วนของสัมภาษณ์เรายกไปเอนทรีหน้านะคะ


 

 

edit @ 10 Mar 2014 00:39:43 by เม